เมื่อ ‘ผลประโยชน์’ มาก่อน ‘ความรู้สึกแฟนซีรีส์’ #(2)


สิ่งที่ค้างคาใจหลายท่านอยู่ตอนนี้ ดิฉันเชื่อว่าเป็นปมปัญหาว่าทำไมผู้จัดซีรีส์ถึงไม่จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มผลิต เพราะการทำซีรีส์แบบมืออาชีพ ไม่ได้สักแต่ว่าผลิตให้เสร็จๆ แต่มันมีกระบวนการทางการตลาดอยู่หลายขั้นตอน ตั้งแต่การหาสปอนเซอร์มาไท-อินในซีรีส์ ให้นักแสดงได้ถือได้ใช้ผ่านซีนในซีรีส์ การวางตารางเพื่อโปรโมตซีรีส์ กิจกรรมพิเศษอื่นๆ ไปจนถึงงานจ้างออกอีเวนต์ ซึ่งในทางที่ถูกต้อง นักแสดงนำควรไปออกงานพร้อมกันทั้งหมด เนื่องจากในช่วงเวลาที่ต้องการเพิ่มฐานแฟนคลับและโปรโมตซีรีส์ ควรเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน (ส่วนบางงานจะได้เงินมากเงินน้อย หรือบางงานฟรี ก็เป็นไปตามความเหมาะสมไป) ไม่ใช่กะปริดกะปรอยงานนี้ไป 2 คน งานนี้ไป 5 คน แฟนซีรีส์ก็เหมือนคนกำลังฉี่แต่ฉี่ไม่สุดสักทีแทนที่จะได้ฟินแบบเต็มอิ่ม

ทำไมต้องเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ด้วย?


ก็ในเมื่อผู้จัดหน้าใหม่ๆ ไม่ได้มีเครือข่ายรายการมากมายเหมือนแกรมมี่ ช่องสาม ช่องเจ็ด การเซ็นสัญญาระยะสั้นๆ ถือว่าเซฟ เคสนี้จะเกิดที่ GrammyTV ยากสักหน่อย เพราะบริษัทนั้นมีรายการที่สามารถเอาเด็กไปต่อยอดทำโน่นทำนี่ได้อีกเยอะ ผู้จัดการส่วนตัวนักแสดงก็ไม่กล้า ‘เยอะ’ ใส่ ปัญหาที่เกิดขึ้นจึงเกิดกับผู้จัดอิสระเสียส่วนใหญ่

ถ้าคุณๆ ไปดูรายชื่อนิยายวายที่ถูกซื้อและเตรียมผลิตออกมาในปีหน้า จะเห็นว่าผู้จัดอิสระทั้งนั้นเลยค่ะ สิ่งที่ผู้จัดอิสระหรือหน้าใหม่จะต่อรองกับบรรดาผู้จัดการเขี้ยวลากดินไม่ได้เลยก็หนีไม่พ้นเรื่องการเป็นต้นสังกัดหรือเจ้าของเด็กแม้จะเป็นช่วงเวลาหนึ่ง (ปกติถ้าทำสักสองซีซั่นก็น่าจะอยู่ที่ 1-3 ปี) ถ้าผู้จัดเปิดโมเดลลิ่งเอง เหมือนที่ COPY A ทำ (ผู้สร้าง Make It Right 1-2) ก็คงไม่มีปัญหา แต่เคสของ 2Moons2 กับ ‘บังเอิญรัก’ ไม่ใช่แบบนั้น



เคส 2Moons เกิดจากการที่ผู้ได้รับสิทธิ์ในลิขสิทธิ์นิยาย ผู้จัด และผู้จัดการดารา ไม่สัมพันธ์กัน ผู้จัดออกทุน ผู้จัดการดาราเป็นต้นสังกัดนักแสดง ผู้ได้รับสิทธิ์ในลิขสิทธิ์นิยายนั้นยิ่งไม่ชัดเจน ว่าใครได้สิทธิ์แต่แรก บางสายรายงานว่าผู้จัดการนักแสดงได้รับลิขสิทธิ์แต่แรก แล้วเริ่มหาผู้ลงทุน แต่ภายหลังที่มีปัญหาก็เลยยกสิทธิ์ให้ผู้จัดไปทำเวอร์ชั่นใหม่ แต่เด็กยังเป็นของตัวเองอยู่ แต่อีกสายหนึ่งรายงานว่า ผู้จัดได้ลิขสิทธิ์มาแต่แรก เพียงแต่คอนโทรลเด็กไม่ได้ เลยวีนกันวงแตก ซึ่งต้นเหตุปัญหาได้เขียนไปหมดแล้ว

สมัย 2Moons กำลังดัง เราจึงได้เห็นการเดินสายพร้อมกัน 6 คนของนักแสดงนำบ้างในบางงาน แต่เราจะได้เห็นภาพการออกงานเป็น 5 : 1 มากกว่า ไม่ต้องแปลกใจค่ะ เพราะผู้จัดการมาคนละสาย แต่ทุกคนสมประโยชน์แล้ว เด็กดังมีแฟนคลับล้นแล้ว ก็แยกย้ายทางใครทางมัน 5 คนไปทำเพลงเป็นบอยแบนด์ในนาม SB FIVE ส่วนอีกหนึ่งหนุ่มเซ็นเข้าสังกัดใหญ่ และโดนสั่งห้ามไม่ให้รับงานที่เป็นคู่จิ้นอีกต่อไป แฟนคลับบ้านเดี่ยวคงไม่รู้สึกอะไร แต่แฟนคลับหมอป่า-วาโย ใจสลายนะคะ แล้วผู้จัดซีรีส์ล่ะ คืนทุนแล้วหรือยัง? ไม่มีเสียงตอบจากหมายเลขที่ท่านเรียกค่ะ ช่วงปลายปีก่อนเราจึงได้ยินข่าววีนแตกกันเรื่องทำ Photobook ที่ผู้จัดซีรีส์จะทำออกขาย แต่ทำไม่ได้เนื่องจากไม่ได้เป็นต้นสังกัดของนักแสดงไง เจ็บแล้วจบมั้ยคะ

ครั้นพอจะเริ่มทำ 2Moons2 มันก็ต้องเริ่มแคสติ้งนักแสดงใหม่ทั้งหมดด้วยเหตุฉะนี้ ผู้จัดเจ้าเดิมและผู้กำกับหน้าใหม่ยืนยันผ่านโซเชียลมีเดียมาแล้วว่า 2Moons2 จะเริ่มใหม่ตั้งแต่ภาคแรกค่ะ ไม่ได้มาเริ่มเล่มสองเหมือนที่หลายคนเข้าใจ ส่วนใครจะมาสวมบทบาทเป็นหมอป่า-วาโย, มิ่ง-คิท, โฟร์ท-บีม นั้น โปรดติดตามตอนต่อไป 2Moons2 จึงกลายเป็นเคสแรกในประวัติศาสตร์ซีรีส์ไทยที่ซีซั่น1 และ 2 ใช้นักแสดงกันคนละชุด กระชากความรู้สึกของแฟนซีรีส์มากยิ่งนัก (Love Sick ก็มีเปลี่ยนตัวนักแสดงนะ หลายท่านอาจกำลังแย้งในใจ ใช่ค่ะมีการเปลี่ยนตัว แต่บทที่เปลี่ยนมันคือบทเพื่อนโน่ ซึ่งเป็นบทรองนะคะ ไม่ใช่ตัวแสดงหลัก)

แล้วเหตุการณ์ก็มาซ้ำรอยเดิมที่ ‘บังเอิญรัก’

ไม่ต้องถามนะคะ ว่าผู้จัดซีรีส์ได้จับเด็กเซ็นสัญญาไว้หรือไม่ ถ้าเซ็นคงไม่เกิดเหตุการณ์ที่ผู้จัดการนักแสดงวีนแตกกันผ่านสื่อออนไลน์แบบนี้

เคสของ ‘บังเอิญรัก’ อาจจะต่างกับ 2Moons2 อยู่นิดหน่อยก็ตรง แม้ซีรีส์จะดัง แต่ผู้จัดการนักแสดงยังอยากให้นักแสดงในสังกัดของตนแสดงซีรีส์ต่อ เพราะนั่นคือพอร์ตที่ดีกับนักแสดง และเอาไปต่อยอดทำเงินได้อีกมากมาย แต่ปัญหาก็คือผู้จัดการนักแสดงแบ่งออกเป็น 6 : 1 : 1 จะเรียกว่ามาจากสามสังกัดก็ว่าได้ 2ใน 3 นั้นสนิทสนมกันดี จึงไม่มีปัญหาใดๆ ยกเว้นหนึ่งเดียวในสมการนี้

มันก็เลยเกิดกรณีด่ากันผ่านโซเซียลมีเดียไง ว่าพวกมากรวมหัวกันกีดกัน เพื่อกำจัดเด็กของตัวออกจากซีรีส์ เวลาออกงานก็ไปแค่ 7 ขาด 1 เป็นอย่างนี้อยู่หลายงาน ซึ่งดิฉันก็ไม่ทราบนะคะ ว่าทำไมไม่เซ็นสัญญากันสักหน่อย (หรือว่าเซ็นแต่ควบคุมไม่ได้ ก็ไม่ทราบ) อย่างน้อยในช่วงการโปรโมตซีรีส์ก็ให้ผู้จัดเป็นคนคุมคิว ออกงานจะได้ภาพที่ออกมาก็จะมีเอกภาพหน่อย ให้แฟนคลับซีรีส์ได้จิ้นได้ฟินกันให้หนำใจแล้วหลังจากซีรีส์จบจะนัดตบกันหลังตึกสยามพารากอน ดิฉันก็จะไปช่วยเป็นกรรมการให้ค่ะ นัดมาได้เลย

ล่าสุดก่อนเขียนต้นฉบับนี้เสร็จ เห็นข้อความในโซเชียลสะบัดบ๊อบใส่กันอย่างเป็นทางการ รอยร้าวที่เกิดขึ้นคงยากที่จะประสานได้ ก่อนจะจบเรื่องนี้ อยากเล่าเคส ‘เมียวิศวะ’ให้ฟังสักหน่อย เมื่อต้นปีทีมผู้จัดประกาศรายชื่อนักแสดงชุดหนึ่ง ซึ่งสร้างกระแสในโลกโซเชียลได้มากทีเดียวยังไม่ทันเปิดกล้อง แฟนคลับก็มาแล้วค่ะคุณขา มองเห็นอนาคตแล้วใช่มั้ยว่าผลประโยชน์มันมากขนาดไหน แต่ยังไม่ทันได้เปิดกล้อง นักแสดงชุดแรกก็สลายม็อบไปคนละทาง ข่าวลับแจ้งมาว่า ผู้จัดซีรีส์ต้องการให้เด็กเซ็นสัญญาประมาณ 4 ปี เพื่อเตรียมไว้สำหรับการผลิต โปรโมต และกิจกรรมอื่นๆ ที่จะตาม แต่ผู้จัดการนักแสดงไม่ยอมค่ะ โดยให้เหตุผลว่านี่คือการขโมยนักแสดงในสังกัดของตน

ใครผิดใครถูกไปตรองดูนะคะ แต่ที่สรุปได้แน่นอนก็คือ ผลประโยชน์ของตัวเองมาก่อนความรู้สึกแฟนซีรีส์ค่ะ

Back to Home
Recommend
    On Social