โอลด์สคูลแบบมีสไตล์ที่ Good Old Days Barber Shop



สำหรับผู้ชายแล้ว ในวันที่รู้สึกว่าผมยาว หนวดเครารุงรังเกินไป ต่างก็อยากจะเสริมหล่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง คงจะมีบางมุมที่ผู้ชายรู้สึกอิจฉาผู้หญิงที่มีร้านเสริมสวย ซาลอนที่มีช่างฝีมือดีเปิดให้บริการมากมาย แต่พอเป็นเรื่องการบริการตัดผมชาย กลับเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะหาร้านบาร์เบอร์ที่มีสไตล์ บริการดีสักร้าน บ่อยครั้งที่ผู้ชายหลายคนเลือกความสะดวกเข้าไปใช้บริการในร้านซาลอน บางคนอาจจะรู้สึกเขินหรือเกร็งที่มาใช้บริการของร้านผู้หญิง คงจะเป็นเรื่องดีถ้าผู้ชายได้มีทางเลือกการใช้บริการร้านตัดผมชายมากกว่านี้ และการมาใช้บริการแต่ละครั้งเป็นเหมือนการมาพบเพื่อนที่รู้ใจ

Good Old Days

ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหากใครสักคนต้องการที่จะทำตามความฝัน แน่นอนว่าหลายคนมีความฝันที่แตกต่างกันไป ชีวิตเป็นบททดสอบที่ชี้ว่าตัวเรานั้น สามารถที่จะทำตามความฝันของตัวเองได้ไหม Good Old Days Barber Shop เริ่มต้นจากการที่ ‘ประเสริฐ เตชะมณีวัฒน์’ ขายผลิตภัณฑ์สำหรับตกแต่งเส้นผม กระทั่งหันมาเปิดร้านตัดผมเองเพราะความเจนจัดที่เคยอยู่ในวงการนี้มา แน่นอนว่าร้านบาร์เบอร์ใน Schorem และ Figaro เป็นต้นแบบสไตล์วินเทจโอลด์สคูลในการเปิดร้าน Good Old Days Barber Shop

“ลูกค้ามักคิดว่าเราขายผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมแล้วต้องมีหน้าร้าน เราจึงเปิดร้านเพื่อให้ลูกค้าได้มาเลือกซื้อผลิตภัณฑ์และตัดผมที่ร้านเป็นการเพิ่มยอดขายและเพิ่มฐานลูกค้า”

แพตเทิร์นหลักในการแต่งร้านจะเป็นการดึงเอาไฮไลต์หลักๆของบาร์เบอร์แถบยุโรปมาพอเป็นกลิ่นอายที่ยังแฝงไว้ด้วยคาแร็กเตอร์ของความดิบเท่ เนี้ยบ มากกว่านั้นเขายังเฟ้นหาเฟอร์นิเจอร์เกี่ยวกับร้านทำผมหอบหิ้วมาจากต่างประเทศ ไม่ใช่เป็นของลอกเลียนแบบ แต่ว่ากันว่าบางชิ้นมีอายุการใช้งานเกือบ 100 ปี เช่นเก้าอี้ตัดผมสุดคลาสสิกนำเข้าจากอเมริกานำมาถ่ายทอดรูปแบบขึ้นใหม่เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งานจริง เครื่องคิดเลข ป้ายไฟวินเทจ เครื่องอบผ้าโบราณ ฯลฯ

“ของทุกชิ้นหามายากมาก แต่มันไม่เกินความสามารถที่ผมจะหามาของทุกชิ้นภายในร้านไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะซื้อได้ กว่าที่ร้านจะมีมากขนาดนี้ต้องเก็บสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งของบางชิ้นซื้อมาสภาพเหมือนเศษเหล็กบางชิ้นไม่มีอะไหล่ก็ต้องเก็บไปเรื่อยๆจนเจออะไหล่ของมันจึงจะสามารถประกอบขึ้นเป็นชิ้นได้ เฟอร์นิเจอร์ภายในร้านเป็นของเก่าแก่ทุกชิ้น”


สไตล์คู่แรงบันดาลใจ

ไม่มีใครหยุดกาลเวลาไม่ให้เดินต่อไปได้ หลายสิ่งที่จางหายไปพร้อมกับสิ่งใหม่ที่เข้ามาแทนที่ กลิ่นอายในวันวานเก่าๆไม่มีใครปฏิเสธได้ว่ายังหอมหวานอยู่เสมอ ยุคสมัยที่เปลี่ยนไปโลกหมุนไปทุกวันทำได้แต่เพียงจดจำบรรยากาศนั้นไว้ เหนือกว่ากาลเวลายังมีบางสิ่งที่ตามเรามาถึงปัจจุบัน คือแฟชั่นแบบวินเทจที่ปลายกรรไกร

‘ชัยวุฒิ เต็มวรปัญญา’ ช่างตัดผมฝีมือดีประจำร้าน Good Old Days Barber Shop ผู้เปรียบการตัดผมเหมือนกับทำงานศิลปะ การตัดผมเหมือนกับการวาดรูป มีความละเอียดอ่อน มีความพิถีพิถันตั้งแต่การลงกรรไกร การซอยไล่ระดับ เก็บรายละเอียด จนไปถึงการเซ็ต ทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะ เปรียบได้เหมือนกับรูปราคาแพงซึ่งใช้สียี่ห้อเดียวกัน แต่ราคาไม่เท่ากัน

“การตัดผมก็เหมือนกับงานศิลปะ ไม่ใช่ว่าลูกค้าเดินเข้าร้านแล้วบอกว่าอยากได้ทรงนี้ บางทีมันตอบสนองไม่ได้ด้วยกะโหลก ความหนาบางของเส้นผม ทุกอย่างมันต้องมีส่วนประกอบที่ลงตัว ลูกค้าบางคนจะมีทรงผมที่อยู่ในใจ แต่ไม่ได้สังเกตเส้นผมของตัวเองว่าเป็นลักษณะแบบไหน ซึ่งบางคนผมหยิกแล้วอยากได้ทรงที่เซ็ตหนักๆมันก็ไม่สามารถทำได้ แต่จะเป็นการแนะนำทรงผมที่เข้ากับรูปหน้าและเส้นผมเพื่อให้ลูกค้าดูดีที่สุดเมื่อออกจากร้าน ซึ่งอยากให้หลายคนฟังคำแนะนำของช่างตัดผมแล้วจะได้สิ่งที่ดีกลับไป ช่างไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แต่ถ้าลูกค้าต้องการที่จะทำทรงที่ต้องการ ช่างก็จะทำให้ แต่ถ้าโดนเพื่อนล้อช่างจะไม่รับผิดชอบ เพราะเบ้าหน้าของลูกค้ามันไม่รับกับทรงผมที่เลือก ตัดออกไปยังไงก็ไม่ดี

“การบริการลูกค้าที่ดี ถือเป็นหัวใจหลักสำคัญของการทำร้านตัดผมชาย ไม่เพียงแต่จะสร้างความแตกต่างและทางเลือกกับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระยะยาว ให้ลูกค้าใช้บริการของร้านนานๆอยากให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป เพราะส่วนตัวแล้วผมชอบอะไรที่คุ้มค่า”

Good Old Days Barber Shop ไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทยเท่านั้น แต่ยังดังไกลไปถึงชาวต่างชาติที่ได้มาตัดผมที่ร้านและพูดกันปากต่อปากเป็นเสียงเดียวกันว่า ฝีมือดีมีความละเอียดบริการดีและราคาถูก ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ทางร้านมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครและยากที่ใครจะทำตามได้

ปัจจุบัน Good Old Days Barber Shop มีถึง 4 สาขาด้วยกัน คือ สาขาปิ่นเกล้า, สาขาโครงการ I’m Park, สาขาโครงการ One Nimman เชียงใหม่ และสาขา The Camp จตุจักร







Back to Home
Recommend
    On Social