จอร์จ คลูนีย์ : จากเตกีลาพันล้านถึงวิลลาหรูอลังการริมทะเลสาบโกโม


เรื่อง : บุญโชค พานิชศิลป์

หากเป็นเมื่อก่อนนี้ จอร์จ คลูนีย์มักจะรับงานแสดงหลายเรื่องต่อปี แต่ทุกวันนี้แฟนหนังอาจมีโอกาสได้ชมผลงานของเขาน้อยลง เพราะอะไรน่ะหรือ?

ประการแรก จอร์จ คลูนีย์ยอมรับเองว่าตนเองเริ่มแก่แล้ว เขาเคยให้สัมภาษณ์นิตยสาร Sunday Times “ตอนนี้ผมอายุ 56 ปีแล้ว ไม่ใช่หนุ่มๆ เหมือนเมื่อก่อน จะให้ผมเล่นบทเดิมๆ คงไม่ได้อีกแล้ว” ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเลือกบท หรือเปลี่ยนบทบาทไปเป็นผู้กำกับฯ

และอีกประการ เขาตอบอย่างไม่ปิดบังด้วยว่า เขาไม่ห่วงเรื่องรายได้จากการแสดงอีกต่อไป จากเดิมที่เคยได้ค่าตัวในการแสดงหนังเรื่องหนึ่งราว 16.5 ล้านดอลลาร์ แต่ตอนนี้ดูจะเป็นจำนวนเงินที่เล็กน้อยมาก เมื่อเทียบกับรายได้จากการขายกิจการที่เขาก่อตั้งขึ้นมาเป็นจำนวนกว่าพันล้านดอลลาร์

ธุรกิจเหล้าเตกีลาของคลูนีย์


Casamigos คือชื่อแบรนด์ที่เขาสร้างขึ้นมา ร่วมกับแรนดี เกอร์เบอร์-สามีของซูเปอร์โมเดล ซินดี ครอว์ฟอร์ด และไมค์ เมลด์แมน นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์

คลูนีย์และเกอร์เบอร์เป็นเพื่อนสนิทกันมากว่า 30 ปีแล้ว เมื่อทั้งสองมีโอกาสได้รู้จักเมลด์แมนระหว่างเล่นกอล์ฟ ก็ได้รับเชิญไปเที่ยวเม็กซิโกด้วยกัน และรู้สึกชอบที่นั่น ทั้งคลูนีย์และเกอร์เบอร์จึงซื้อที่สร้างบ้าน ในบริเวณเดียวกันกับที่เมลด์แมนพักอาศัยอยู่

ทั้งสามคนมักออกไปดื่มตามบาร์ด้วยกันบ่อยครั้ง เหตุเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน “มันให้ความรู้สึกคล้ายเป็นบ้านหลังใหญ่” คลูนีย์บอก เป็นบ้าน (ภาษาสแปนิชคือ casa) ของเพื่อนๆ (ภาษาสแปนิชคือ amigos) กลายเป็น Casamigos ชื่อของแบรนด์โดยบังเอิญ

ทั้งสามคนชอบดื่มเตกีลา และลองมันหลายยี่ห้อ จนเกิดไอเดียที่จะทำเตกีลารสชาติที่แตกต่างออกไป เป็นเตกีลาที่ไม่แสบคอเวลาดื่มเพียวๆ และไม่ทำให้รู้สึกแฮงก์หลังจากตื่นนอนในตอนเช้า

ฟังดูเป็นเรื่องง่าย เมื่อต่างคนต่างมีเงินและเวลามากพอ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาใช้เวลานานถึงสองปี กับการลองชิมรสชาติเตกีลาถึง 700 สูตร กว่าจะลงตัวและพอใจกับรสชาติที่เป็นแบรนด์ Casamigos ของพวกเขา

พวกเขาใช้โรงกลั่นในเม็กซิโกผลิตและบรรจุขวดเตกีลา คลูนีย์นั้นมีแผนอยู่ในใจ ที่จะจัดส่งไปยังอังกฤษให้ได้วันละราว 1,000 ขวด

จากโปรเจ็กต์เล็กๆ กลายเป็นแบรนด์เงินล้าน


การส่งออกแอลกอฮอล์จำเป็นต้องมีใบอนุญาต ไม่มีด่านศุลกากรที่ไหนจะยอมให้ใครถือเตกีลานับพันขวดเป็นของส่วนตัวเข้าประเทศแน่ๆ ดังนั้นทั้งสามคนจึงดำเนินกิจการอย่างเป็นระบบ โชคดีที่เมลด์แมนรู้จักเครือข่ายตัวแทนในสหรัฐอเมริกา จึงอาสาดูแลด้านการตลาด ซึ่งก็ไม่ยากเย็นนัก เพราะจอร์จ คลูนีย์ซึ่งเป็นคนดังและเป็นที่นิยมอยู่เบื้องหลัง

แต่โดยตัวสินค้าของพวกเขาเองก็เปี่ยมคุณภาพ มีเหรียญทองรับประกันจากการประกวดในนิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก ลอส แองเจลีส รวมทั้งในเม็กซิโกด้วย

สินค้าเตกีลาของพวกเขาสามารถจำหน่ายได้ปีละ 342,000 ลิตร เฉพาะปี 2015 ขายได้ถึง 720,000 ลิตร ราคาต่อขวดราว 2,400 บาท มียอดจำหน่ายตั้งแต่ช่วงสองปีแรกสูงถึง 170 ล้านดอลลาร์ และในปี 2016 ยอดขายเพิ่มสูงขึ้นเป็นสองเท่า

การเติบโตของแบรนด์ Casamigos กระตุ้นความสนใจให้กับ Diaego บริษัทใหญ่ของอังกฤษที่เป็นเจ้าของธุรกิจวิสกี้อยู่ 28 แบรนด์ในสก็อตแลนด์ รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นในตลาดทั่วโลก แบรนด์ดังอย่างเช่น Smirnoff, Guinness, Kilkenny, Baileys และ Captain Morgan

และ Casamigos เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ Diaego ติดต่อขอซื้อจากกลุ่มเพื่อนสามคนในราคา 1,000 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนมิถุนายน 2017 โดยชำระเงินงวดแรกทันที 700 ล้านดอลลาร์ และอีก 300 ดอลลาร์ในปีถัดมา

วิลลาริมทะเลสาบ


เมื่อปี 2002 จอร์จ คลูนีย์ตัดสินใจซื้อวิลลาโอเลอันดรา คฤหาสน์หรูที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1720 ขนาด 25 ห้อง ติดทะเลสาบโกโม ในแคว้นลอมบาร์เดีย ทางตอนเหนือของอิตาลี มาในราคา 10 ล้านดอลลาร์จากจอห์น ไฮน์ซ ราชาซอสมะเขือเทศชาวอเมริกัน ความตั้งใจเดิมเขาอยากให้เป็นบ้านพักตากอากาศสำหรับช่วงฤดูร้อนที่ว่างจากงานแสดง ทุกวันนี้วิลลาแห่งนี้ยังคงถูกใช้เป็นบ้านพักตากอากาศเช่นเดิม เพียงแต่มีสมาชิกเพิ่มเติม นั่นคือ อามาล-ภรรยาของเขา และลูกแฝด-เอลลา กับอเล็กซานเดอร์

ช่วงแรกๆ ที่คลูนีย์มาพักอยู่เขาประสบปัญหาเรื่องปาปาราซซีอยู่บ้าง จนถึงขนาดคิดจะขายต่อ (ตั้งราคาไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านดอลลาร์) จนกระทั่งนายกเทศมนตรีของเมืองต้องยอมแก้กฎหมายให้อาณาเขตวิลลาของ ‘ซินญอร์ จิออร์จิโอ’ -อย่างที่ชาวบ้านในละแวกเรียกกัน เป็นพื้นที่ห้ามบุกรุกในรัศมี 300 เมตร มีระวางโทษปรับสูงถึง 550 ดอลลาร์ ทำให้คลูนีย์รู้สึกพอใจกับความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

เหตุที่ต้องเอาใจ ‘ราชาแห่งทะเลสาบโกโม’ นอกเหนือจากความภูมิใจของชาวเมืองที่ได้ใกล้ชิดดาราดังแล้ว ยังเป็นเพราะ ‘คลูนีย์-เอฟเฟกต์’ อีกด้วย หลังจากที่เขากลายเป็นพลเมืองพิเศษของที่นั่น ส่งผลให้ธุรกิจการท่องเที่ยวของเมืองคึกคักมากขึ้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางไปเยือน ได้ผลประโยชน์ทั้งกิจการโรงแรมและร้านอาหาร นอกจากนั้นราคาอสังหาริมทรัพย์ก็พุ่งสูงขึ้นถึง 178 เปอร์เซ็นต์ตลอด 17 ปีที่ผ่านมา

โอบามา-เอฟเฟ็กต์


ข่าวดังล่าสุดที่มาจากทะเลสาบโกโม ก็คือ การเดินทางไปเยือนวิลลาหรูแห่งนี้ของบารัก โอบามา เมื่อวันเสาร์ที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมกับสมาชิกครอบครัว ได้แก่ มิเชลล์-ภริยา และบุตรสาวทั้งสอง มาเลีย และซาชา ซึ่งคุ้นเคยกับพระเอกหนุ่มสูงวัยมานานและเป็นอย่างดี

งานนี้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ทำให้เมืองชนบทริมทะเลโกโมที่มีประชากรราว 900 คนแทบกลายเป็น ‘เมืองหลวงของโลก’ เริ่มจากกองทัพของหน่วยงาน Secret Service ที่คุมเข้มกันมาตั้งแต่โอบามารับประทานอาหารมื้อกลางวันกับโบโน ร็อกสตาร์วง U2 ที่ชายฝั่งริเวียราของฝรั่งเศส จากนั้นนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปลงสนามบินมัลเพนซา ของเมืองมิลาน เพื่อนั่งรถต่อมายังลาจลิโอ

มีการปิดพื้นที่ลานจอดรถในละแวกใกล้วิลลา รวมถึงปิดบริเวณทางเข้าเส้นทางทะเลสาบในระยะ 100 เมตรจากชายฝั่ง และห้ามการใช้โดรนเพื่อการบันทึกภาพหรือใดๆ ทั้งสิ้นในอาณาบริเวณนั้น

จุดประสงค์การมาเยือนของบารัก โอบามา ก็เพื่อเข้าร่วมงานกาลาการกุศล ‘Clooney Foundation for Justice’ ซึ่งอามาล และจอร์จ คลูนีย์จัดขึ้น เพื่อหาทุนสมทบมูลนิธิในการช่วยเหลือมนุษยชาติด้านกฎหมาย

ครอบครัวโอบามาเดินทางออกจากที่นั่นในวันจันทร์ ทิ้ง ‘เอฟเฟ็กต์’ ไว้พอประมาณ เพียงแต่ยังไม่มีนักวิเคราะห์รายงานผลเท่านั้นเอง

Back to Home
On Social