คานเย เวสต์ : จากแรปเปอร์สู่ราชาสนีกเกอร์


เรื่อง : บุญโชค พานิชศิลป์

หากไม่นับว่าเขามีชื่อเสียงจากการเป็นแรปเปอร์ลำดับต้นของแวดวงดนตรีในสหรัฐอเมริกา หรือมีภรรยาชื่อ ‘คิม คาร์เดเชียน’ คนดังจากรายการเรียลิตี้ทางทีวีแล้ว ชื่อเสียงและความสำเร็จของคานเย เวสต์ยังมาจากการร่วมงานกับค่ายรองเท้า ผลิต Adidas Yeezy ออกมาขายดิบขายดีไปทั่วโลก

แรปเปอร์วัย 41 ปีคุ้นเคยกับการร่วมงานในลักษณะนี้ดี ก่อนหน้านี้เขาเคยทำงานร่วมกับ A Bathing Ape, Reebok, Louis Vuitton และ Nike มาก่อน กระทั่งมีชื่ออ้างอิงในประวัติได้เมื่อความสำเร็จเกิดขึ้นกับรองเท้า Air Yeezy 1

แต่หลังจากร่วมงานกับไนกี้มานาน 5 ปี กับรองเท้าอีกสองรุ่น เวสต์ก็เริ่มรู้สึกไม่พอใจกับนโยบายทางการตลาดของไนกี้ จังหวะนั้นเอง ค่ายอาดิดาสก็ฉวยโอกาสยื่นข้อเสนอกับเขา ให้เขาได้ทำงานอย่างอิสระ ผลลัพธ์ที่ได้หลังจากนั้นคือ Yeezy Boost 750 และ 350 ที่ผลิตออกสู่ตลาดในปี 2015 กลายเป็นความสำเร็จอย่างมโหฬารของอาดิดาส

สิ่งที่ทำให้รองเท้าขายดีและราคาแพง คือแบบ การผลิตแบบจำกัด และแน่นอน-ตัวดีไซเนอร์ เวสต์จับทางได้เร็ว เขารู้ว่าการกระตุ้นหรือการโฆษณาให้เกินจริงเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งไหนที่ได้มาง่ายๆ มักไม่เป็นที่ต้องการ บรรดาแฟนคลับหรือฟอลโลเวอร์ที่ติดตามเขาทางสื่อโซเชียลล้วนเฝ้าจับตา ‘สนีกเกอร์’ หรือแม้กระทั่งช็อปและตัวแทนจำหน่ายอาดิดาสเองก็ต้องสั่งสินค้าเข้าร้านด้วยวิธีการจับสลาก ในช่วงพีคของ Yeezy เวสต์สามารถขายสนีกเกอร์ของเขาได้มากถึง 40,000 คู่ภายในเวลาหนึ่งนาที

คานเย เวสต์ในฐานะดีไซเนอร์ กลายเป็นความฮิปของกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เชื่อว่าแฟชั่นคือวัฒนธรรมป๊อปรูปแบบใหม่ เมื่อปี 2016 เขาเคยประกาศว่า ในไม่ช้าจะมี Yeezy เพียงพอสำหรับทุกคน ด้วยแฮชแท็ก #YEEZY4 Everyone ก่อนจะมากลับคำด้วยกลยุทธ์จำกัดจำนวนการผลิตในภายหลัง Yeezy Boost 350 V2 Triple White เป็นสนีกเกอร์รุ่นแรกที่ผลิตออกมาในปี 2018 จำนวนมาก แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่นาน หลังจากนั้นเขาค่อยๆ ปล่อยสนีกเกอร์รุ่นใหม่ออกมาแบบทิ้งช่วง – 750, 350, 350 V2, 500, 700, 950 Duckboot และ Powerphase รุ่นและสีต่างๆ

นอกจากนั้นเขายังมีคอลเล็กชั่นแฟชั่นของตนเอง ผู้คนอาจจะลืมไปด้วยซ้ำว่า อาชีพหลักของเขาคือการเป็นศิลปินแรป เหมือนเช่นบางครั้งที่คนอาจลืมบทบาทของเขา เวลาที่เขาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเมือง

เหยื่อการเมือง
คานเย เวสต์เลือกข้างทางการเมืองค่อนข้างชัดเจนตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดี เขาให้การสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ และไม่สนใจด้วยว่าใครจะคิดอย่างไรเกี่ยวกับการตัดสินใจของเขา

เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว หลังจากเวสต์เดินทางเข้าพบประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำเนียบขาว ก็เกิดมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงเย้ยหยันหนักหน่วงขึ้น เกี่ยวกับความจงรักภักดีของเขาที่มีต่อทรัมป์ กระทั่งน้ำเสียงของเขาเริ่มแผ่วลงผ่านทวิตเตอร์ “ผมขอเว้นระยะจากการเมืองเสียที และจะทุ่มเทให้กับงานสร้างสรรค์มากขึ้น”

บัดนี้เขาเริ่มตาสว่างมากขึ้น เวสต์บอก เขาเริ่มรู้แล้วว่าตนเองถูกหลอกใช้ เพื่อกระจายข่าวที่แม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่อยากเชื่อ ทั้งที่เมื่อสามสัปดาห์ก่อนหน้าเขายังเดินเข้าทำเนียบขาว ไปนั่งเป็นอาคันตุกะของประธานาธิบดี ท่ามกลางช่างภาพข่าวนับสิบ ระหว่างสนทนาทรัมป์แทบไม่ได้กล่าวอะไรชี้นำ มีแต่เวสต์นั่นละที่เปิดฉาก พูดทีละประเด็นแบบไม่ต้องมีใครช่วยเสริม และบนศีรษะของเขาก็ยังสวมหมวกแก๊ปสีแดง มีคำขวัญของทรัมป์ที่ใช้ระหว่างหาเสียงอีกด้วย

จนถึงตอนนี้ เวสต์ยังไม่ได้แสดงตัวว่าฝักใฝ่ทางการเมืองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ตรงกันข้าม เขามักกล่าวปฏิเสธทุกครั้งเวลาใครถาม หรือเวลามีข่าวลือว่าเขานั่นละที่อยากเป็นผู้สมัครลงแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเสียเอง

ยามนี้ดูเหมือนเขาจะหมดอารมณ์กับเรื่องการเมือง และไม่ใส่ใจอยากยุ่งเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว ‘Blexit’ (ศัพท์บัญญัติจากคำว่า ‘Black’ และ ‘Exit’) ของฝ่ายอนุรักษนิยม ที่ต้องการสื่อสารไปถึงนักการเมืองผิวสี เพื่อเรียกร้องให้ลาออกจากพรรคเดโมแครต หรืองดให้การสนับสนุน

แคนแดซ โอเวนส์-ผู้นำการเคลื่อนไหว Blexit อยู่ฝ่ายอนุรักษนิยม และเป็นหญิงผิวสีที่ให้การสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ เคยกล่าวออกสื่อว่า “คนผิวดำจะต้องไม่ใช่เดโมแครต” และเมื่อเร็วๆ นี้ยังอ้างด้วยว่า เพื่อนรักและซูเปอร์ฮีโรที่ชื่อคานเย เวสต์ของเธอ เป็นคนช่วยออกแบบโลโก้ Blexit ให้

มีคำชี้แจงเรื่องนี้จากเวสต์ผ่านทวิตเตอร์อีกรอบว่า เขาแค่แนะนำแคนแดซให้รู้จักกับคนออกแบบโลโก้เท่านั้น และเขาไม่อยากจะถูกโยงเข้ากับ Blexit

“ผมไม่มีอะไรเกี่ยวข้องด้วยเลย”


ทายาทคนที่สี่
ข่าวอัพเดทล่าสุดเกี่ยวกับคานเย เวสต์เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือการได้ทารกเกิดใหม่เพศชาย จากแม่อุ้มบุญ ที่เขากับภรรยา-คิม คาร์เดเชียนตั้งชื่อให้ว่า ‘ซาล์ม’

คิม คาร์เดเชียนโพสต์ภาพทารกน้อยห่อลำตัวด้วยผ้านวมในเตียงทารก ลงในอินสตาแกรมและทวิตเตอร์ พร้อมคำบรรยายใต้ภาพว่า “วันแม่ที่ยิ่งใหญ่ ด้วยการมาถึงของลูกคนที่สี่ของเรา เราได้รับพรอย่างล้นเหลือ เรามีทุกสิ่งที่เราต้องการแล้ว”

ทายาทสองคนที่คิมเป็นผู้ให้กำเนิดเอง ได้แก่ ลูกสาว-นอร์ธ (5 ขวบ) และลูกชาย-เซนต์ (3 ขวบ) ส่วนอีกคน-ชิคาโก (15 เดือน) เป็นลูกที่ได้จากแม่อุ้มบุญเช่นเดียวกับซาล์ม

เหตุผลที่สองสามี-ภรรยาเลือกใช้บริการแม่อุ้มบุญ เนื่องจากว่าคิมมีปัญหาสุขภาพหลังจากคลอดลูกสองคนแรก เธอมีภาวะผิดปกติที่รกเกาะติดกับผนังชั้นกล้ามเนื้อของมดลูก ที่เรียกว่า Placenta accreta ซึ่งมีความเสี่ยงต่ออาการตกเลือด

คานเย เวสต์ และคิม คาร์เดเชียนแต่งงานกันตั้งแต่ปี 2014

Back to Home
On Social