ระลึกถึงลมหายใจของ Godfrey Gao



ข่าวการจากไปของ Godfrey Gao (ก็อดฟรีย์ เกา) นายแบบชาวไต้หวัน-แคนาดาในวัย 35 ปี เป็นข่าวสั่นสะเทือนวงการบันเทิงอย่างมากโดยตามข่าวระบุว่าหลังจากที่เขาหมดสติกลางกองถ่ายเกมโชว์แนวแอดเวนเจอร์รายการ Chase Me เขาถูกทำ CPR ให้หัวใจกลับมาเต้นอีกครั้งหลังจากหยุดเต้นไปราวๆ15 นาทีแต่ไม่อาจยื้อชีวิตได้เขาเสียชีวิตด้วยภาวะหัวใจล้มเหลว MARS HOMME พาไปรู้จักชีวิตและผลงานของชายคนนี้ที่มีดีมากกว่าหน้าตาและลึกไปกว่านั้นคือความสามารถในเส้นทางบันเทิงของเขา


ความซับซ้อนของความเป็นลูกผสม

Godfrey Gao (ก็อดฟรีย์ เกา) หรือชื่อภาษาจีน เกาอี่เสียง (Gao Yi Xiang) เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2527 ที่เมืองไทเปถือสัญชาติไต้หวัน-แคนาดา ความซับซ้อนของความเป็นลูกครึ่งลูกผสมของเขา เริ่มตั้งแต่พ่อเป็นคนสิงคโปร์แต่เติบโตในไต้หวัน ส่วนแม่เป็นชาวมาเลเซียและเป็นลูกครึ่งมลายู-จีน


ก็อดฟรีย์ เกาใช้ชีวิตอยู่ไต้หวันจนถึงอายุ 9 ขวบก็ย้ายไปอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดา ได้ศึกษาที่ Capilano University ใน North Vancouver ระหว่างเรียนก็บินกลับมาที่ไต้หวันในช่วงซัมเมอร์ ความมีออร่าที่ปิดไม่มิดของเขาทำให้เพื่อนของพี่ชายที่ทำงานอยู่สถานีโทรทัศน์นำรูปถ่ายของเขาไปให้ภรรยาซึ่งเป็นแมวมองอยู่ในสถานีโทรทัศน์ดังกล่าว และแน่นอนว่าด้วยสรีระสูงยาว บวกกับความหล่อเต็มไปด้วยเสน่ห์ไม่นานเขาก็ได้เป็นนักแสดงและนายแบบ และท้ายที่สุดเขาย้ายกลับมาอยู่ไต้หวันอีกครั้งในปี 2004 เพื่อมาเป็นนายแบบเต็มตัว


อาชีพที่รัก

ก็อดฟรีย์ เกาเคยให้สัมภาษณ์ไว้กับนิตยสาร Harper's BAZAAR MEN Thailand เมื่อปี 2015 ถึงเรื่องงานนายแบบ นักแสดง และนักกีฬาเอาไว้ว่า

“จริงๆ ผมอยากเป็นนักบาสเก็ตบอลอาชีพมาตลอด อยากเล่นอาชีพให้กับทีมใน NBA เป็นความฝันตั้งแต่เด็ก รอบตัวผมเลยมีแต่นักกีฬา โค้ช และเทรนเนอร์ ผมเล่นบาสตลอด 5 ปีที่โรงเรียนมัธยม และอีก 3 ปีที่มหาวิทยาลัย แล้วผมก็พยายามหาทางเพื่อเล่นบาสเก็ตบอลอาชีพในเอเชีย


“ผมเกิดที่ไต้หวัน จริงๆ มันก็เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของผม แต่พอจากไต้หวันไปนานๆ แล้วกลับไปก็ค่อนข้างยาก เพราะผมพูดภาษาจีนไม่ค่อยได้แล้ว วัฒนธรรมก็แตกต่างกัน และผมไม่ได้มีเพื่อนที่นั่นเยอะนักช่วงแรกผมก็ได้แต่ไปสถานีทุกวัน เพื่อเรียนภาษาและและท่องบท มีคนช่วยผมเยอะก็จริง แต่ผมยังเหงามาก ช่วง 2-3 ปีแรกผมถามตัวเองตลอดว่า นี่ใช่สิ่งที่ผมควรทําจริงๆหรือเปล่า หรือว่าผมควรจะเลิก แล้วกลับไปแคนาดาเรียนหนังสือต่อดีไหม หรือกลับไปทำสิ่งที่อยากทำ มันเป็นเหมือนช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเหมือนกัน ถือเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับผม


“แต่เมื่อตัดสินใจแล้ว ผมก็พยายามหนักมาก พอเล่นละครไปสัก 2-3 เรื่อง ทุกอย่างก็เริ่มลื่นไหล ตอนที่ผมเริ่มเข้าวงการพ่อไม่สนับสนุนเลย ท่านอยากให้ผมเป็นนักธุรกิจแบบท่าน พ่อบอกว่าวงการบันเทิงมันลำบากนะ แต่พอสักสองสามปีเขาก็เห็นว่าผมทำได้ดี ก็เลยเริ่มสนับสนุนผม เขาแนะนําให้ผมไปออดิชั่นที่โน่นที่นี่ แล้วเขาก็เริ่มกลายเป็นแฟนคลับอีกคนของผมไปเลย (หัวเราะ) เขายังให้คำปรึกษาที่ดีหลายอย่างจนถึงทุกวันนี้ พ่อเปลี่ยนจากที่เคยไม่ๆๆ เป็นเอาเลยๆๆ เขาค่อนข้างภูมิใจทีเดียว


“การแสดงในซีรีส์ The Peach Blossom Neverland ซึ่งเป็นโปรเจ็กต์ร่วมกันระหว่างประเทศจีนกับฮอลลีวู้ด ส่วนตัวผมว่ามันน่าสนใจที่ได้ลองเล่นเป็นตัวละครสักตัวที่มาจากนิยาย ผมได้พบกับแคสแซนดรา แคลร์นักเขียนนิยายเล่มนี้ เธอเก่งมากๆ และรู้เกี่ยวกับคนรุ่นใหม่ วัยรุ่น ผมว่าหนังสือเล่มนี้มันเชื่อมโยงกับใครหลายคน”


นายแบบมืออาชีพ

ความสามารถของก็อดฟรีย์ เกา ยังถูกยอมรับในฐานะการเป็นนายแบบให้กับแบรนด์ดังมากมาย เขาถูกจับตาอีกครั้งในฐานะนายแบบเอเชียคนแรกที่มีโอกาสร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton ในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน ในปี 2011และยังได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ของแบรนด์ SK-II นอกจากนั้นในปี 2017 เขายังถูก TC Candler จัดอันดับเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาอันดับ 21 ของโลก

แม้ก็อดฟรีย์ เกา จะไม่อยู่แล้ว แต่ผลงานที่ชายคนนี้ได้ทำเอาไว้ เชื่อได้ว่าหลายคนจะระลึกและจดจำเขาไปอีกนาน ลาก่อน...ก็อดฟรีย์ เกา




ขอบคุณข้อมูลบทสัมภาษณ์จากนิตยสาร Harper's BAZAAR MEN Thailand
ภาพจาก : IG Godfrey Gao
Back to Home
On Social