โดย เบญจกาย

‘กะเทยกับยำ’ เป็นของคู่กันค่ะอันนี้อิชั้นไม่ได้คิดไปเองนะคะเพราะที่เคยไปพิสูจน์ตามร้านยำชื่อดังก็จะเต็มไปด้วยสาวๆ ชาวเราเกือบ 80% ของร้าน จนทำให้เกิดคำถามว่า ทำไมกะเทยชอบกินยำ? นั่นน่ะสิเพื่อนสาวสายลำยองของอิชั้นบอกว่า เวลากินยำแกล้มเบียร์นอกจากจะอิ่มเอมกับความแซ่บอีหลีกว่าปูหนีบอิปิ๊ๆๆๆ หลายเท่าตัวนักแล้วยังช่วยสร้างอรรถรสในการดื่มอีกด้วยค่ะ ก็เห็นจะจริงๆ ตามนั้น

นอกจากร้านยำจะถูกจริตกับบรรดาเก้งกวางบ่างชะนีแล้วเจ้าของร้านยำก็คือๆ กันนะคะ วันนี้อิชั้นขอพาทุกท่านมารู้จักกับ ‘ธิป-ธนาธิป เกตุชาติ’ เจ้าของร้านยำชื่อดังย่านรัชดา อย่าง ‘อีเปียยำรัชดา’ ที่เติบโตเร็วมากในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้น ก็คือชีเคยเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยชื่อดังในย่านโซโหกลางกรุงลอนดอนค่ะ ทำเอาอิชั้นตบอกผ่าง แล้วตั้งคำถามดังๆ ว่า จู่ๆ หล่อนขายกิจการทั้งหมด เพื่อกลับมาอยู่เมืองไทยทำไม อยู่เป็นมาดามสวยๆ ที่ลอนดอนน่าสวยเก๋กว่านี้นะ

เปิดกิจการทั้ง 2 ร้านนานหรือยัง

ที่ Tip's Kitchen 5 ปีแล้วนะคะ ตั้งแต่กลับมาจากอังกฤษ ส่วนอีเปีย ยำรัชดานี่ประมาณ 1 ปี แล้ว ตอนนี้เพิ่งเปิดร้านใหม่ที่สามย่าน เป็นน้องใหม่ล่าสุดเพิ่งจะเปิดได้เดือนกว่าๆ เองค่ะ

ตอนที่กลับมาจากอังกฤษที่เริ่มทำ Tip's Kitchen ก่อน เพราะอารมณ์ค้างมาจากที่เราเคยเปิดร้านอาหารที่อังกฤษมาก่อนใช่มั้ย

ใช่แล้วค่ะตอนนั้นที่เปิดร้านอาหารไทย ตอนไปอยู่อังกฤษ 20 กว่าปี มีโอกาสได้เปิดร้านอาหารไทยนะคะ ที่โซโหชื่อร้าน @Siam ค่ะ ตอนแรกที่จะกลับมาเนี่ย รู้สึกว่าเราจะไม่ทำอะไรแล้วอยากอยู่บ้านเฉยๆ ปรากฏว่าเรามีโอกาสได้ทำงานมาทั้งชีวิต มันก็รู้สึกว่า เอ๊ะคันไม้คันมือ เหมือนขาดๆ อะไรไปเนอะ ก็เลยตัดสินใจลองเปิด Tip's Kitchen แถวๆ บ้าน ก็ 5 ปี แล้ว


ตอนที่ไปอังกฤษไปจับพลัดจับผลูอย่างไรถึงได้เป็นเจ้าของร้านอาหารไทยได้

ตอนแรกที่ไปคือเราตั้งใจไปเรียนภาษาอย่างเดียวคุณพ่อคุณแม่เป็นคนส่งไป แต่ด้วยความจำเป็นว่าการเป็นนักเรียนที่อังกฤษเนี่ยเราฟังว่าไฮโซเนอะ ไปอยู่ที่ลอนดอน แต่จริงๆ ต้องทำงานไปด้วยนะ ค่าครองชีพแพงอยู่แล้วร้านอาหารไทยน่าจะเหมาะสุดกับชีวิตนักเรียนนอกค่ะ ก็ไต่เต้าจากการเป็นเด็กเสิร์ฟธรรมดาเสิร์ฟไปเรื่อยๆ กลายเป็น Supervisor เป็นรองผู้จัดการ เป็นผู้จัดการ ปรากฏว่าไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆ เราถึงมีโอกาสเป็นเจ้าของร้านอาหารได้ค่ะ ถือว่าโชคดีมาก แต่ต้องขอขอบคุณที่บ้านนะคะที่รักเราคอยสนับสนุนเราตลอด

จุดพลิกผันที่ทำให้เป็นเจ้าของกิจการร้านอาหารไทยที่อังกฤษคือ?

มันตลกมากค่ะ  โลกกลมมากนะคะ ตอนนั้นง่ายๆ เลย เราเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านนั้นบอกชื่อได้ใช่ไหมคะ ชื่อร้าน ‘เชียงใหม่’ ค่ะ
ร้านเชียงใหม่เป็นร้านอาหารไทยร้านแรกที่ลอนดอน อยู่ใจกลางโซโหเชียงใหม่นี่ทุกคนรู้จักกัน เพราะเขาเปิดมานานมากพี่ธิปก็เป็นหนึ่งในเด็กเสิร์ฟที่นั่นนะคะ แล้วปรากฏว่าพี่เจ้าของร้านชื่อพี่ปุยกับพี่ปุ๊ก  ซึ่งเมตตาเรามาก เราก็เคารพท่านมาตลอด จู่ๆ วันหนึ่งท่านก็มาบอกว่า น้องธิปมีใครสนใจจะอยากได้ร้านอาหารไหมเราถามไปว่าร้านอะไรเหรอคะ พี่เขาตอบว่าร้านนี้แหละ ร้านเชียงใหม่ เฮ้ย ไม่น่าจะนะเราว่ามันยาก ร้านไทยที่อยู่กลางลอนดอน มันคงจะแพงและคงจะเกินเอื้อมเราคงไม่สามารถ แต่หลังจากนั้นปิดไม่ถึง 2 เดือน เราก็กลายเป็นเจ้าของร้านอาหารร้านนั้นไป แล้วเปลี่ยนชื่อจากเชียงใหม่เป็น @Siam นะคะ ถือว่าโชคดีมากกว่าประสบผลสำเร็จ แล้วก็ทำให้พี่ๆ น้องๆ คนไทยที่อยู่ที่นั่น และคนไทยที่ไปเที่ยวมีโอกาสได้ไปลองชิมรสชาติแล้วก็ติดอกติดใจส่วน feedback ก็ออกมาในทางที่ดี ทุกคนชื่นชอบและก็จำได้จนถึงทุกวันนี้ค่ะ


เราเป็นคนที่สนใจทำอาหารมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่าหรือว่าเริ่มสนใจตอนที่ไปทำงานในร้านอาหาร

เป็นเพราะไปอังกฤษนะคะเป็นเพราะอังกฤษทำให้เราต้องเอาตัวเองให้รอด ทุกคนรู้กันอยู่ว่าที่อังกฤษค่าใช้จ่ายแพงมากไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่ ทุกอย่างแพงหมดเลยนะคะ เราต้องเริ่มเรียนรู้การทำอาหารด้วยตัวเองฝึกทำนั่นทำนี่ ที่สำคัญที่สุดตอนเราเป็นเด็กเสิร์ฟเราได้เรียนรู้ระบบทั้งหมดพี่ธิปว่านอกเหนือจากการทำอาหารให้เป็นแล้ว การรันระบบ การจัดการ อะไรทุกอย่างในร้านสำคัญมากต้องขอขอบคุณชีวิตเด็กเสิร์ฟที่ช่วยทำให้การเป็นเจ้าของร้านได้ง่ายขึ้นค่ะระบบทุกอย่างตั้งแต่การจัดการ การบริหารของ ขัดห้องน้ำ ทำความสะอาดห้องน้ำ ทุกอย่างค่ะ ตั้งแต่หลังร้านจนถึงหน้าร้าน ดูแลทุกอย่าง การที่เรามีเงินอย่างเดียวไม่ได้รับประกันความสำเร็จสมมุติถ้าคุณมีเงินแล้วอยากจะเปิดร้านอาหาร เปิดได้ค่ะ แต่จะทำอย่างไรให้มันประสบความสำเร็จอยู่ได้นานๆ อันนี้พี่ว่ามันยากนะคะ ยากกว่า

ค่าเช่าที่ในโซโหสูงไหม

หน้ามืดค่ะ หน้ามืด บอกได้คำเดียว โอ้โฮยิ่งตอนนั้น จำได้ว่าค่าเงินมันสูงมากนะคะ ค่าเงินปกติปอนด์ละ 39-40 บาท แต่ตอนนั้นพี่ธิปไปอยู่ที่ 60-70 นาทนะคะ ลืมไปได้เลยค่ะ เปลี่ยนเรื่องเลยค่ะ เรื่องค่าเช่านี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะทำให้เราหน้ามืดจนถึงทุกวันนี้  แต่ก็โชคดีว่าเรา พี่ๆ น้องๆ ทุกคนมาให้การสนับสนุนเรา มาทานข้าวที่ร้าน @Siam ก็อยู่มาได้หลายปีมากนะคะ ถามว่าค่าเช่าสูงไหม สูงค่ะ  แต่พี่ธิปกับทีมงานทุกคนสามารถทำให้ประสบผลสำเร็จได้นะคะ คือพูดง่ายๆ ว่า give the credit to staffs ทุกคนนะคะ เราเป็นแค่คนเดินไปเดินมาดูแลลูกค้า  แต่คนที่ทำให้ร้านเราประสบผลสำเร็จจริงๆ พี่ธิปคิดว่าทีมงานค่ะเจ้าของไม่ได้ทำอะไรค่ะ  แค่เดินไปเดินมานะคะ ทีมงานสำคัญกว่าเจ้าของ

ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนเอเชียหรือเป็นฝรั่ง

ที่ @Siam นะคะ โชคดีมากว่าพี่ๆ น้องๆ ลูกค้าครึ่งๆ เลยนะเป็นคนไทยอีกครึ่งหนึ่งเป็นคนอังกฤษแล้วก็โชคดีมากว่าตรงนั้นเป็นแหล่งท่องเที่ยวย่านโซโหจะมีทั้งอเมริกันมียูโรเปียน หลายเชื้อชาติ คนญี่ปุ่น คนจีนมาที่ @Siam จนทำให้ร้านเรามีอยู่ช่วงหนึ่งต้องใช้คำว่า Top 3 ได้เลยนะคะ คงไม่หลุดจาก Top 5 ค่ะ อาหารไทยเราอร่อยค่ะ


ลิสต์ Top5 เมนูที่คนเข้าไปกินที่ @Siam จะต้องสั่งมีอะไรบ้าง

มาถึงก็ผัดไทยเลยแล้วก็ต้มยำกุ้ง แต่ขอบอกก่อนว่าตอนนั้นพี่ธิปไม่ได้ดัดแปลงรสชาตินะคะ คือเสิร์ฟเป็นรสไทยทุกอย่าง จะไม่มีการทำให้หวานเพื่อเอาใจฝรั่ง ไม่ต้องเราทานอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ทานอย่างไร เราก็ทำแบบนั้นลุงป้าน้าอาเราที่เมืองไทยทานอย่างไร หรือตัวเราเองทานอย่างไร เราก็ทำแบบนั้น  นอกเหนือจากว่าฝรั่งเขาบอกอุ๊ยฉันไม่ทานเผ็ด อันนี้เราทำได้ แต่เมนหลักๆ รสชาติของเราทำเป็นไทยแท้ๆ เพราะขึ้นชื่อว่า Thai cuisine / Thai Food มันต้องเป็นไทยใช่ไหมคะไม่อย่างนั้นเราไม่สามารถเรียกว่า Thai Food ได้เต็มปากเต็มคำ เมื่อกี้บอกว่าเป็นผัดไทยใช่ไหมคะ ต้มยำกุ้งนะคะ ผัดกะเพรา อันนี้ไม่เคยพลาดเลยนะคะ ปลาราดพริก ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ แต่เราใช้ปลากะพงนะคะ ไม่ใช่ปลาเก๋า โอ้โฮ ฝรั่งชอบมาก อีกหนึ่งเมนูซึ่งเซอร์ไพรส์มากคือส้มตำ โอ้โฮฝรั่งทานปลาร้าได้นะ พริก 2-3 เม็ดเลย สุดยอด อย่าดูถูกฝรั่ง ฝรั่งทานเก่งค่ะ เขารู้รสชาติว่าของจริงเป็นอย่างไร

ประสบการณ์ในการทำร้านอาหารที่ลอนดอนสอนอะไรเราบ้าง

สอนให้เราเป็นคนอย่านึกถึงตัวเองนะคะ นึกถึงทีมงาน คือพี่ธิปเป็นอย่างนี้ค่ะ พี่ธิปมีความรู้สึกว่าทุกวันนี้ที่เราอยู่ได้เพราะคนรอบข้างนะคะ เราไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตัวของเราเองนะคะ คนรอบข้าง อันนี้พี่ธิปหมายถึงทีมงานหมายถึงพ่อครัวแม่ครัว เด็กเสิร์ฟ คนล้างจานทุกคนทำให้ร้านอาหารเราประสบความสำเร็จ พี่ธิปคิดว่า as a team สำคัญที่สุด

ช่วงก่อนไปลอนดอนตอนนั้นเรียนจบอะไร

จบเซนต์คาเบรียลค่ะ เรียนตั้งแต่ ป.1 นะคะ ด้วยความที่เป็นคนเรียนไม่ค่อยเก่ง แล้วก็ชอบอยู่บ้าน ชอบเลี้ยงสัตว์ ชอบปลูกต้นไม้ วันๆ ไม่ค่อยไปไหนพอเรียนจบ คุณพ่อคุณแม่เห็นเจ้าลูกคนนี้แปลกๆ ทำไมชอบอยู่บ้าน ไม่ค่อยไปไหนชอบปลูกต้นไม้ เลี้ยงสัตว์โน่นนั่นนี่ไป วันดีคืนดีคุณพ่อบอกว่าเธอมีเวลาแค่ 10 วัน ฉันจะส่งเธอไปอังกฤษ โอ้โฮ แรง คือเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วนะคะ แล้วจำได้ว่าคุณพ่อพี่ก็จับขึ้นรถไปสถานทูตอังกฤษเพื่อทำวีซ่า สมัยก่อนมันง่ายมาก พอย้อนเวลากลับไปก็รู้สึกว่าตายแล้วทำไมทุกอย่างมันรวดเร็วขนาดนี้ ยังไม่ได้เตรียมตัวจำได้ว่าไม่ถึง 2 อาทิตย์ด้วยซ้ำ รู้ตัวอีกทีก็คือพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกคนไปส่งเราขึ้นเครื่องไปอังกฤษทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก พ่อคงคิดว่าเจ้าลูกคนนี้คงไม่เอาถ่าน ส่งไปเมืองนอกดีกว่าน่าจะดีขึ้น แต่ต้องขอบคุณคุณพ่อคุณแม่ที่รีบตัดสินใจให้เรามีโอกาสจนถึงทุกวันนี้นะคะ


จุดพลิกผันที่ทำให้ตัดสินใจขายกิจการทุกอย่างแล้วกลับมาเมืองไทย

คุณพ่อค่ะต้องบอกเลยจริงๆ ครอบครัวเราไม่เคยแสดงความรักต่อคุณพ่อคุณแม่ เราเป็นครอบครัวที่ไม่เคยกอดกันนะคะ แต่เรารู้กันว่าเรารักกัน เชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ก็รักเราเหมือนกันนะคะ จำได้ว่าไม่ได้สนิทกับคุณพ่อมากนัก เพราะคุณพ่อเป็นคนดุ จำได้เลยว่าเราเด็กๆ คุณพ่อดุมาก  จนกระทั่งจะส่งเราไปอังกฤษ คุณพ่อก็ดุ เข้มงวด ด้วยความที่จะเรียกว่าอะไรดี ตอนนั้นเราเป็นลูกชายคนเล็ก มีพี่สาว 2 คน เพราะฉะนั้นคุณพ่อคงจะฝากความหวังไว้ แล้วเราเป็นครอบครัวใหญ่การที่เราเป็นลูกที่เป็น LGBT พี่ธิปเชื่อว่าด้วยความเป็นสมัยก่อนด้วยความที่เรามาจากครอบครัวใหญ่ๆ พี่ธิปว่าคุณพ่อคงมีอะไรในความคิดของท่าน

คือคุณพ่ออายุ 80 กว่าแล้วค่ะ ด้วยความที่เรามีครอบครัวที่ไทยเป็นคนที่เราคุยกันตลอด มีพี่สาว 2 คน แต่แรกจริงๆ เขาตั้งใจจะส่งเรามาเรียนภาษาแค่ 6 เดือน หรือ 1- 2 ปี มากสุดอย่างนั้น แต่กลายเป็นว่าอยู่มา 26 ปี มันเกินไปมันถึงจุดหนึ่งซึ่งเรารู้สึกว่าเราเห็นแก่ตัว คำว่าเห็นแก่ตัว อย่างที่เรารู้พอเราแก่ คนแก่ไปจะกลายเป็นเด็ก มันไม่ง่ายเลยนะกับการที่เราต้องดูแลคุณพ่อคุณแม่ 24 ชั่วโมง มีอยู่วันหนึ่งพี่สาวบอกกับเราว่า เฮ้ย เธอถึงเวลาแล้วมั้ง  ตอนนั้นก็ยังไม่ได้เอะใจอะไรนะ ตอนนั้นชีวิตเรามีความสุขมากเลย ไลฟ์สไตล์ที่ลอนดอนเป็นเจ้าของร้านอาหารโอ้โฮ พอย้อนกลับไปนี่ มันเหมือนเราเป็นคนละคนเลยนะคะ แล้ววันหนึ่งแม่โทรมาบอกว่าลูกกลับมาเถอะแม่รักเรามากนะคะ แม่รักลูกชายคนนี้มาก ไม่ว่าลูกจะเป็นเด็กดื้อ เป็นเด็กเรียนไม่เก่งแม่ก็รัก แต่เราก็พูดตรงๆ นะคะว่าคุณแม่เป็นช้างเท้าหลัง ในฐานะครอบครัวคุณพ่อเป็นช้างเท้าหน้า คุณแม่ก็ยอมคุณพ่อมาตลอด เชื่อไหมคะว่าตอนนั้นกิจการร้านอาหารของเรามันดีมาก มีความสุขกับชีวิตที่โน่นมาก แต่เราก็ตัดสินใจทันทีเชื่อไหมว่าพี่ๆ น้องๆ ที่อังกฤษตกใจกันมาก

แสดงว่าคุณพ่อรู้ความเป็น LGBT ของเรามาตั้งแต่เด็ก

ตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ จำได้ตั้งแต่อนุบาล ตอน ป.1 จำได้วันที่ไปมอบตัวที่เซนต์คาเบรียล เขาจะต้องมีการประชุมผู้ปกครองนะคะ
มีผู้ปกครองคุณพ่อคุณแม่ยืนเต็มไปหมดเลย มีลูกๆ นักเรียนพันกว่าคนนะ เยอะมากจำได้ว่ามาสเตอร์ชี้มาที่พี่ธิปแล้วถามว่าโตขึ้นอยากเป็นอะไรเราตอบไปว่า “อยากเป็นเจ้าหญิงในเมืองใหญ่ๆ” พอย้อนกลับไปจำไม่ได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่จะรู้สึกอะไรบ้าง เพราะเซนต์คาเบรียลสมัยก่อนมีแต่เด็กผู้ชายคนนั่นอยากเป็นหมอ คนนี้อยากเป็นทหาร แต่อีนี่บอกอยากเป็นเจ้าหญิง สงสารพ่อมากเลย


ตอนที่เรียนเซนต์คาเบรียลปรับตัวยากไหมเพราะเป็นโรงเรียนชายล้วน

ในห้องมีคนเดียวนะ แต่ชอบมีข่าวว่าเพื่อนเอ็นดูเรา แต่จริงๆ แล้วมีรุ่นน้องรุ่นพี่เยอะมากเราจะเรียกว่า St. คอนแวนต์นะคะคือเซนต์คาเบรียลคอนแวนต์ เราจะมีคำศัพท์ของเราอะไรอย่างนี้ แต่ปรากฏว่ารุ่นนั้นมีเราคนเดียวเพราะฉะนั้นเพื่อนๆ ก็คงเป็นห่วง ในเรื่องของบูลลี่จะไม่ค่อยเจอ แล้วด้วยความที่คาแรกเตอร์เราเป็นคนเงียบๆ อยู่แล้วนะคะ ไม่ค่อยได้อะไรกับใคร

แสดงว่า LGBT ในเมืองไทยโชคดีกว่า LGBT ต่างประเทศใช่ไหม เพราะฝรั่งบูลลี่เยอะมาก

ใช่ค่ะ แต่ถามว่าเมืองไทยมีบ้างไหม พี่ธิปว่าก็คงมีเพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าคนที่ถูกบูลลี่จะพูดหรือไม่พูดนะคะ ถามว่ามีไหม พี่ธิปว่ามีเพราะว่าบางครั้งมันขึ้นอยู่กับสังคมสิ่งแวดล้อม การเรียนรู้จากสื่อ พี่ธิปเชื่อว่าที่สำคัญที่สุดเลยอันนี้พูดตรงๆ เลยนะ การให้ความรู้จากครอบครัว จากคุณพ่อคุณแม่ พี่ธิปว่าสำคัญมากบางครั้งพ่อแม่ ต่อให้ลูกเราไม่ได้เป็น LGBT พี่ธิปว่ามันเป็นเรื่อสำคัญอยากให้คุณพ่อคุณแม่ทุกคนสอนลูกๆ ทุกคนว่าถึงแม้ว่าลูกเราจะไม่ใช่ LGBT แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือให้เกียรติซึ่งกันและกัน อย่าแกล้งอย่าบูลลี่นะคะ สิ่งที่พี่ธิปบอกตัวเอง แล้วก็บอกกับน้องๆ ทุกคนว่าตอนนี้เรามีโอกาสบอกกับทุกคนเลยว่า be yourself and respect each other นะคะ คำนี้มันง่ายเลย เป็นตัวของตัวเอง แล้วที่สำคัญที่สุดต้องเคารพซึ่งกันและกันการที่เราเคารพซึ่งกันและกันไม่มีปัญหา การที่เราเคารพใคร พี่ธิปเชื่อว่าทุกคนก็จะเคารพเรากลับมา แค่นั้นเอง ไม่ยาก ง่ายๆ


แล้วเป็นอย่างไรมาอย่างไรมันถึงมาเป็นยำอีเปียได้

พอเปิด Tip's Kitchen ได้ประมาณสัก 4 ปี ได้มีโอกาสได้คุยกับน้องรักคนหนึ่งชื่อซารีน่า ไทยเชื่อทุกคนต้องรู้จักซารีน่า ไทย เพราะเป็นหนึ่งในทรานส์ที่ประสบความสำเร็จมาก เป็นน้องที่น่ารักมากเก่ง เป็นสตรีข้ามเพศที่เคยไปเดินที่นิวยอร์กแฟชั่นวีค
ตอนนี้กลายเป็นนักธุรกิจสาวแล้วนะคะเลยชวนซารีน่าว่าเรามาทำร้านยำกัน  แต่ต้องทำง่ายๆ นะ ทำเป็นร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่โต ซารีน่าตอบ Yes ทันทีเลยค่ะ แต่มาคิดกันว่าทำสองคนมันจะพอไหม ชวนอีกคนไหมคะ เราสองคนเลยนึกถึงพี่คนหนึ่งที่เราเคารพมากพี่สาวคนโตนะคะ พี่ทราย ปิยะธิดา สกุลไทย

พี่ทรายเคยเป็น Miss Tiffany ปี 2001 แล้วก็เป็นเจ้าของกิจการเลคเฮ้าส์นัว ร้านใหญ่มาก ชวนมาทำ 3 สาวนะคะ เรามาจากอังกฤษเราต้องเป็น Spice Girls ใช่ไหมคะ มันจะมีแค่ 3 ไม่ได้ พี่ทรายก็บอกเฮ้ยนึกถึงคนเซ็กซี่เป็นน้องคนสุดท้องของเราเลยนะ ก็คือเป็นน้องหนิง โสภิดา รองอันดับ 2 Miss Tiffany ปี 2013 แล้วพ่วงตำแหน่ง Miss Kiss Sexy Star ด้วยน้องหนิงเก่งมากมีคนที่รู้จักคนเยอะสวยแล้วก็ช่วยร้านเราได้เยอะ ตอนนี้เรามี 4 แล้วใช่ไหมคะ Spice Girls จะมี 4 ไม่ได้ใช่ไหมคะ Reunion ต้องเป็น 5 พวกเราก็เลยนึกถึงคนนี้เลยน้องโยนะคะ น้องโยเป็นเจ้าของร้านบูเกนแอนด์คาเฟ่ ที่แบริ่ง เป็นร้านอาหารซึ่งใหญ่มาก โยกับธิปเหมือนกันก็คือรักสัตว์ ชอบสัตว์ ตอนนี้เรามาเป็นอีเปียกัน 5 คนแล้ว เป็นจุดกำเนิดของอีเปียนะคะ คำว่าอีเปียเป็นตัวแทนของความเผ็ด ความแซ่บ ความหวาน ความนัว นะคะ ทุกอย่างมี 5 รสชาติ 5 คน 5 รสชาติ ออกมาเป็นอีเปียจนทุกวันนี้นะคะ


สัดส่วนของลูกค้าระหว่าง ‘ชะนีกับกะเทย’ อันไหนเยอะกว่ากัน

เชื่อว่า 99 เปอร์เซ็นต์เป็นกะเทยค่ะ เยอะมาก แต่น้องๆ ทุกคนนี่ต้องกราบเลยนะ อีเปียอยู่ได้ทุกวันนี้ก็เพราะ LGBT แต่ไม่ใช่ว่าน้อง straight จะไม่มานะคะ น้องผู้หญิงก็มา น้องผู้ชายจริงก็มา ขอบคุณมากค่ะ

เคยถามไหมว่าทำไมกะเทยชอบกินยำ

ไม่เข้าใจเหมือนกันอยากถามนะ แต่ก็คงรู้คำตอบว่ามันเข้าไปในสายเลือดแล้วค่ะ ยำมันเข้าไปในสายเลือดของน้องๆ ทุกคน แต่อย่าดูถูก straight นะคะ น้องผู้หญิง/ผู้ชายก็มากันเยอะมาก อีเปียขอบคุณมาก อีเปียได้น้องๆ สาวสองมาช่วยอุดหนุนกันค่ะ

เห็นว่าจะไปช่วยงานโปรเจ็กต์แทนเจอรีนของสภากาชาดด้วย

คือภูมิใจมากว่าตอนทำ Tip's Kitchen ได้มีโอกาสไปช่วยน้องๆ ที่น่ารักมาก น้องบีน่า หมอเจี๊ยบ แล้วก็หลายๆ คน คลินิกแทนเจอรีนเป็นคลินิกที่เป็นส่วนหนึ่งของสภากาชาดไทย แทนเจอรีนคือเป็นศูนย์รวมและศูนย์กลางให้ LGBT โดยเฉพาะทรานส์ได้มาปรึกษาเรื่องสุขภาพ คือสมัยก่อนการที่เราเป็นทรานส์ เราจะไปติดต่ออย่างแรกเลยคำนำหน้าว่า ‘นาย’ นะคะ แต่เราคงรู้สึกว่าเป็นผู้หญิงนะ อย่างธนาธิปอย่างนี้ ถ้าเราไปติดต่อนายธนาธิปเชิญช่อง 2 เราคงสะดุ้ง แต่แทนเจอรีนมาตอบรับโจทย์ตรงนี้ค่ะ เราไม่เรียกใครว่านาย เราใช้คำว่าคุณนะคะ และพี่ธิปคิดว่าทุกที่สมควรจะทำแบบนี้  เราไม่เคยตัดสินใครที่หน้าตา รูปร่าง หรือว่าผิว หรืออะไร ทุกคนเราคือพี่น้องเหมือนกันหมดนะคะ แทนเจอรีนอยากให้ทุกคนเข้ามาแล้วสบายใจและได้ความรู้แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดได้สุขภาพดีออกไปด้วยค่ะ