Rose Sound ค่ายเพลงในสังกัดอาร์เอสที่เปรียบเสมือนไอคอนของวงการเพลงเมืองไทย เคยเป็นค่ายเพลงของศิลปินในตำนานอย่างวงอินทนิล คีรีบูน ฟรุตตี้ และใครต่อใคร ยามนี้ได้หวนกลับมาสร้างสีสันให้กับคนรักเสียงเพลงอีกครั้ง

ประเดิมด้วยการเปิดตัวศิลปินหน้าใหม่และศิลปินหนึ่งในสี่คือดนุพล เจริญยศ หรือ ‘ดนุมาร์ค’ พร้อมกับผลงานเพลงซิงเกิลแรก ‘ขอเถอะ’ ที่ได้ตัวศิลปินรุ่นใหญ่มาร่วมงานในมิวสิกวิดีโอ


‘มาร์ค’ ศิลปินหนุ่มวัย 26 มีพื้นเพจากจังหวัดมุกดาหาร พักการเรียนที่ขอนแก่นไว้ ก่อนจะมาเรียนต่อในกรุงเทพฯ ควบคู่ไปกับการทำงานเป็นนักร้องนักดนตรีตามสถานบันเทิง

ปัจจุบันมาร์คเป็นนักศึกษาปี 2 คณะมนุษยศาสตร์ เอกวิชาภาษาอังกฤษ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหง “ถ้าถามว่าเรียนยากไหม ผมว่าถ้าเราอยากได้ความรู้จากตรงนั้นมากๆ เราก็ต้องตั้งใจเรียน ถ้าอยากจะเรียนง่ายๆ ก็ได้แค่ผ่านๆ ทั้งหมดอยู่ที่เราละครับ” เขาจำกัดความเรื่องการเรียนของตนเอง “สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ครับ”

มาร์คเริ่มเล่นดนตรีตั้งแต่เมื่อไหร่

ผมเริ่มเล่นตอนเรียนอยู่ ม.สี่ อายุประมาณสิบหก แต่ว่าไม่ได้เรียนการเล่นมา ผมเล่นด้วยการฝึกฝนมาเรื่อยๆ เล่นและตั้งวงกับเพื่อน ไม่ได้เรียนการเล่นดนตรีมาแบบเป็นจริงเป็นจัง ฝึกฝนเก็บเกี่ยวมาเรื่อยๆ

เครื่องดนตรีประเภทไหนที่ถนัดที่สุด

กีตาร์ครับ ส่วนเปียโนผมพอเล่นได้นิดหน่อย


ทำอาชีพนักดนตรีมานานหรือยัง

ผมเล่นเป็นอาชีพเมื่อสามปีที่แล้วครับ ที่กรุงเทพฯ เลย เล่นอยู่โซนบางนาเป็นส่วนใหญ่ นอกนั้นก็ยังมีโซนรัชดาภิเษก และรามคำแหง

ส่วนใหญ่เป็นงานกลางคืน ใช่ไหม

ใช่ครับ แต่มีรับอีเวนต์ช่วงกลางวันบ้าง

เล่นดนตรีกลางคืน มีเรื่องราวอะไรน่าสนใจบ้าง

มันเป็นจุดเริ่มต้นที่ผมว่าไม่ว่าใครก็เคยผ่านมาเหมือนกัน อย่างผม ผมเป็นนักดนตรีโนเนม การทำงานแบบนี้เป็นงานเฉพาะทาง ไม่ใช่งานที่เรียนจบปริญญาแล้วมาทำ เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีเครดิตอะไรเลย พอไปสมัครเล่นตามร้าน เขาก็จะให้เราทดสอบดูก่อน แต่บางที่เขาก็ไม่ตอบรับ (หัวเราะ)

ประมาณสองเดือนผ่านไปเขาถึงแจ้งมาว่ามีรอบให้ลง ไหนลองมาเล่นดูซิ เริ่มแรกผมก็เล่นไม่เก่งเลย ต้อขอบคุณทางร้านด้วยที่ให้โอกาสเรา จนผมพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ได้เรียนรู้จากฟีดแบ็กของลูกค้า จากคนที่เล่นก่อนหน้าเรา ผมก็เรียนรู้มาเรื่อยๆ

เล่นเป็นวงหรือเล่นเดี่ยว

ผมเล่นคนเดียวส่วนใหญ่ เล่นกีตาร์ร้องเพลงคนเดียว

ช่วงเริ่มมีงานเยอะแค่ไหน

ตอนแรกผมมีแค่สองรอบต่อสัปดาห์ เดือนหนึ่งมีสามสิบวันผมก็ได้เล่นแค่แปดรอบ ประมาณนั้น ช่วงแรกๆ ลำบากอยู่ครับ (หัวเราะ) แต่ก็ได้พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนเคยมีรอบเยอะที่สุดน่าจะ…12-13 รอบต่อสัปดาห์


มาร์คเข้ามาอยู่ในสังกัด Rose Sound ของอาร์เอสได้อย่างไร

ก่อนที่จะเข้ามาอยู่ตรงนี้ ผมเคยทำโฆษณาเล็กๆ เป็นหนังสั้นมาก่อน เคยคลุกคลีอยู่ในวงการบันเทิงนิดหนึ่ง มีเดินแบบด้วยนิดหน่อย แล้วมีพี่ที่รู้จักคอยป้อนงานให้ เขารู้จักกับคนที่อยู่ในอาร์เอส คือ พี่ก้อง (ปรีดิยุช รัตนงาม) เขาบอกว่าอาร์เอสอยากจะกลับมาทำเพลง อยากได้ศิลปินใหม่ มีใครน่าสนใจไหม แล้วเขาก็ส่งผมไปลองออดิชั่นดู ปรากฏว่าผ่าน ได้เข้าสู่กระบวนการทำเพลงกับพวกพี่ๆ จนผมได้มาอยู่ตรงนี้ครับ

ผลงานเพลง ‘ขอเถอะ’ ที่เพิ่งออกมาเป็นซิงเกิลแรกเลยใช่ไหม

ซิงเกิลแรกเลยครับ

ใช้เวลานานไหมกว่าจะมีผลงานเพลงแรกออกมา

ของผมนี่ใช้เวลาประมาณสอง-สามเดือน ผมแต่งเพลงเองด้วย ผมคิดว่ายุคสมัยนี้เขาต้องการให้ศิลปินแสดงความเป็นตัวตนออกมา คือขายความเป็นตัวตนมากกว่าแต่ก่อน เพราะฉะนั้น ถ้าศิลปินสามารถแต่งเพลงได้ แต่งเลย สามารถเล่นได้ เล่นเลย ผมก็เลยมีส่วนร่วมในเพลงค่อนข้างเยอะ

ทุกวันนี้มาร์คยังเล่นดนตรีตามร้านอยู่อีกไหม

ค่อยๆ ลดลงแล้วครับ เริ่มที่จะมาให้น้ำหนักกับงานด้านนี้ จนถึงวันหนึ่งผมอาจจะหยุดเล่นไปเลยก็ได้


คิดว่าแง่ดีของการเป็นศิลปินในสังกัดเป็นอย่างไร

ในแง่ดี ผมรู้สึกว่า…ผมภูมิใจในตัวเองก่อนเลย ที่เราสะสม หมกมุ่นกับสิ่งที่เรารักมา พยายามกับมันมา จนมาถึงวันที่มันได้ออกไปสู่โลกภายนอกแล้ว ผมดีใจที่ผมได้มาแสดงออก มาแชร์ความรู้สึกดีๆ ประสบการณ์ผ่านเสียงเพลง ผมดีใจที่ได้มาทำตรงนี้
 
และพอได้เข้ามาในกระบวนการ แต่งเพลง อัดเสียง คุยกับโปรดิวเซอร์ ได้ทำโน่นทำนี่กับพวกพี่ๆ สนุกดีครับ ชอบ

เป็นอาชีพที่ใฝ่ฝันมาก่อนหรือเปล่า

แน่นอนครับ (หัวเราะ) ผมอยากเป็นนักร้องมานานแล้ว อยากเป็นศิลปิน

ตอนเด็กๆ เคยร้องเพลงบ้างไหม

ตอนเด็กๆ ผมเป็นคนขี้อายครับ แอบร้องอย่างเดียว คาราโอเกะก็ไม่เคยไปร้องกับเขา รู้ว่าตัวเองร้องเป็น ร้องถูกคีย์ แต่ไม่เคยไปร้องกับเขา เพราะว่าขี้อาย แล้วเราค่อยๆ เผยตัวเองออกมาเรื่อยๆ

ชีวิตวัยเด็กที่มุกดาหารเป็นอย่างไร

ผมอยู่บ้านนอก บ้านนอกแบบจัดๆ เลยครับ ไม่ได้อยู่ในเมืองที่มีการแข่งขันสูงๆ หรือมีคนมากหน้าหลายตา มีคนเก่งๆ โน่นนี่มาเป็น inspiration ให้กับเรา ผมไม่มีอะไรแบบนั้นเลย ทุกอย่างผมเริ่มเสพมันในช่วงที่อินเตอร์เน็ตเริ่มเข้าถึง แล้วผมก็เรียนรู้ทุกอย่างด้วยตัวเองหมดเลย ไม่มีอาจารย์ ไม่มีครู ไม่มีรุ่นพี่ให้เป็นแบบอย่าง ไม่มีอะไรเลย นั่นคือชีวิตบ้านนอกของผม

หลังจากนั้นมีศิลปินคนไหนเป็นต้นแบบบ้างไหม

ก็มีสิงโต นำโชค เอก สุระเชษฐ์ อะตอม-ชนกันต์ (รัตนอุดม) ความจริงหลายคนเลยครับ ส่วนใหญ่จะเป็นแนวป๊อป แต่ที่ชัดเจนที่สุดน่าจะเป็นสามคนที่ผมพูดถึงนี่แหละครับ พี่เอก พี่สิงโต พี่อะตอม

มีโอกาสได้เจอกันแล้วใช่ไหม

ใช่ครับ และผมหวังว่าคงจะมีโอกาสได้ร่วมงานกัน

เคยคิดถึงเรื่องการประกวดมาก่อนหรือเปล่า

ความจริงผมเคยประกวดมานะครับ แต่ว่าเป็นหนึ่งในคนที่ไม่เคยได้รับตำแหน่งอะไรเลย เรียกว่ามันเป็นสิ่งที่เรารัก เราประกวดมา แม้ว่าไม่เคยชนะ ไม่เคยได้รางวัล แต่เราก็ไม่เคยหยุดที่จะอยู่กับมัน เรายังรักและยังทำมาเรื่อยๆ

ทางค่ายคาดหวังอะไรจากมาร์คบ้าง

ถ้าตามโจทย์เลย ทางค่ายอยากให้ผมนำเสนอสิ่งใหม่ๆ หรือพูดอีกอย่างก็คือ นำเสนอตัวผมเองนี่แหละ แสดงความเป็นตัวของตัวผมเองออกมาให้มากที่สุด ผ่านเสียงเพลง ผ่านการแสดงออก ผ่านเสื้อผ้า-หน้า-ผม คือเขาอยากให้เราเป็นศิลปินที่มีคุณภาพคนหนึ่งนั่นละ


แล้วมาร์คเองคาดหวังอะไรบ้างกับผลงานเพลงที่ออกมา

สิ่งที่ผมคาดหวังก็คือผมอยากจะแชร์ความรู้สึกที่ผมมี อยากแชร์ไอเดีย อยากแชร์อะไรใหม่ๆ ที่เราประสบมันมา
คือการแต่งเพลงหรืออะไรเหล่านี้ มันเกิดจากการคิดขึ้นมาใหม่และเกิดจากการฟังของคนที่ทำไว้ก่อนแล้ว เราเอามาผสมผสานจนกลายเป็นตัวของเราเองนั่นคือสิ่งที่ผมอยากแชร์ อยากให้คนอื่นได้รับรู้ รับฟัง

มีความรู้สึกอย่างไรกับวงการเพลงยุคนี้

ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นวงการดนตรีวงการรถแข่ง วงการเครื่องยนต์ หรือวงการศิลปะทุกอย่าง คนไทยเราไม่แพ้ชาติใดในโลกเพราะฉะนั้นเราไม่ต้องกลัวว่าเราเป็นแค่นักดนตรี ศิลปินไทยคำว่าดนตรีไม่มีขอบเขตอะไร มันเป็นสากลอยู่แล้ว เราก็พยายามทำให้เต็มที่มากที่สุด

มาร์คคาดหวังอะไรบ้างกับสิ่งที่ตัวเองทำ

จริงๆ อยากให้เป็นอาชีพสุดท้ายของเรา (หัวเราะ) ผมอยากอยู่กับอาชีพนี้ไปจนแก่ตายเลยจริงๆ เพราะผมชอบดนตรี ชอบเพลงมาก

ถามเรื่องความรักหน่อย มาร์คมีความรักบ้างหรือยัง

ผมเป็นคนมีความรักยากครับ (ยิ้ม) เลิกกับแฟนไปครั้งหนึ่ง ห่างไปประมาณสี่-ห้าปีค่อยมีแฟนใหม่อีกครั้งเป็นคนมีความรักยาก แต่ไม่ได้แปลว่าผมเป็นคนใจร้าย ไม่เมตตา


ทำงานกลางคืนมีโอกาสเจอผู้คนเยอะแยะ ไม่มีปิ๊งใครบ้างเลยหรือ

อืมม์ สำหรับผมเวลาทำงานผมไม่ค่อยจะนอกเรื่องสักเท่าไหร่เพราะว่ามันจะมีความเสี่ยงที่เราจะเสียหายหลายอย่างสมมติเราทำงานกลางคืนที่ร้านหนึ่ง มีลูกค้ามาชอบเรา เราจะไม่เล่นด้วยเลยแค่คุยกับเขาได้เพื่อเป็นเพื่อนกัน แต่จะไม่ไปกับเขาต่อ เพราะถ้าเกิดคบกันแล้ววันหนึ่งเลิกกันเขาจะพาลเกลียดร้านที่เราทำงานอยู่ไปเลย ร้านก็จะเสียลูกค้าไปแล้วเราก็เสียคนที่ประทับใจเราไปด้วย เสียผู้ฟังคนหนึ่งไปเลย

มีประโยคอะไรบ้าง เวลาจะพูดปฏิเสธลูกค้าที่ชวนไปด้วย

สมมติว่าเขาขอไลน์จังหวะที่เขาขอไลน์ถ้าไม่ให้เขาอาจจะหน้าเสีย สถานการณ์อาจจะตึงเครียดเราก็จะให้เขาไปก่อน แต่พอคุยไลน์กันปุ๊บเราก็จะบอกว่าเป็นเพื่อนกันน่ะดีแล้ว (หัวเราะ) ประมาณนั้นครับ

สเป๊กล่ะ มีหรือเปล่า

ไม่มีครับสูงเตี้ยผิวเข้มผิวขาวได้หมด ขอแค่เราประทับใจเขา มันจูนกันได้ ถ้า passion ตรงกัน

เคยมีแฟนเป็นตัวเป็นตนบ้างไหม

ผมเคยมีสามคน ใช่…นับได้ สามคนคบนานที่สุดก็สองปีครึ่ง

ที่เลิกกันส่วนใหญ่เป็นเรื่องอะไร

เลิกกัน ผมไม่ได้เลิกแย่เท่าไหร่สาเหตุที่เลิก น่าจะเป็นเพราะว่าเราโตขึ้น แล้วเรามีวิชั่นที่แตกต่างออกไปคล้ายเราเริ่มมองสิ่งของสิ่งหนึ่งที่มันเคยน่ารัก กลายเป็นสิ่งธรรมดาสำหรับเราไปแล้ว


ผมคิดว่าคงเป็นกันหลายคนอย่างเช่นช่วง ม.หกไปมหาวิทยาลัย เรามีวิชั่นใหม่ มีเป้าหมายใหม่มีความต้องการอะไรใหม่ ทำให้มีความรู้สึกว่า เราแยกกันไปน่าจะดีกว่า

มาร์คเคยมีประสบการณ์อะไรเลวร้ายในชีวิตไหม

ประสบการณ์เลวร้ายในชีวิตน่าจะเป็นตอนที่คุณแม่เสียครับจากโรคมะเร็ง ที่ผมเสียใจก็เพราะว่า เราอยู่บ้านนอก ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้คือแม่เริ่มต้นที่จะเป็นเนื้องอก เราก็นึกว่าแม่ปวดขาธรรมดา แล้วเราก็ละเลย ซึ่งถ้าเรามีความรู้หน่อยเราก็น่าจะรู้ว่า การปวดนานขนาดนั้นมันไม่ใช่ปวดขาธรรมดาแล้วพอไปตรวจปุ๊บก็เจอเนื้องอกที่พร้อมเป็นมะเร็ง เป็นความเสียใจที่เราความรู้น้อยแต่มันก็ผ่านมาแล้ว

ตอนนั้นมาร์คอายุเท่าไหร่

ตอนนั้น 20-21 ครับ

ครอบครัวที่เหลือยังอยู่ครบใช่ไหม

ครับมีพี่ชายคนหนึ่ง และพ่อ ผมเป็นลูกคนสุดท้องครับ

แล้วพ่อคิดอย่างไรที่มาร์คมาทำงานดนตรี

พ่อก็ภูมิใจในตัวผมนะครับจริงๆ พ่อเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก แต่สิ่งที่เขาเคยสนับสนุนผมมาตลอดมันมาถึงจุดที่เป็นความจริงแล้วเขาไม่ได้สนับสนุนเราแค่เฉยๆ หรือเราไม่ได้ทำมันแบบเล่นๆ วันนี้มันมาถึงจุดที่เราสามารถพิสูจน์ได้แล้วว่า เราทำได้จริงๆ เขาก็ภูมิใจครับ

ฟีดแบ็กจากผลงานเพลงซิงเกิลแรกของมาร์คเป็นอย่างไรบ้าง

ฟีดแบ็กก็ตามโจทย์เลยครับเขารู้สึกถึงความแปลกใหม่ของเพลง ของค่ายที่ไม่เคยทำเพลงแนวนี้ของเพลงที่มันฟังสนุกดูทันสมัย แปลกใหม่ ค่อนข้างตรงโจทย์ที่ตั้งไว้

ผลงานเพลงลำดับถัดไปจะมีออกมาอีกเมื่อไหร่

ประมาณเดือนกุมภาพันธ์ครับเดี๋ยวเจอกัน (หัวเราะ)

คราวละเพลง

ครับ แต่ถ้าเกิดมีคนแชร์กันเยอะๆ ก็อาจจะมีงานเพลงออกมารัวๆ กว่านี้ (หัวเราะ)


มีช่องทางโซเชียลให้แฟนคลับติดตามบ้างไหม

มีครับมีอินสตาแกรมเป็นหลัก คือ @danu.marc ความจริงมีเฟซบุ๊ก แฟนเพจด้วย แต่ว่ายังไม่ได้โพสต์อะไรมาก

มาร์คมองโซเชียลมีเดียปัจจุบันเป็นอย่างไร

ทุกวันนี้โซเชียลมีเดียถือเป็นช่องทางเป็นอาชีพของคนได้เลย มันเป็นทั้งที่ระบาย ที่เก็บความทรงจำขณเดียวกันการที่เราเป็นคนน่าสนใจ คนที่สามารถมอบความสุขให้คนอื่นได้ ก็จะมีคนมาตามเราเมื่อเขามาตามเราแล้ว และจะมีการส่งต่อ บอก แชร์อะไรดีๆ ให้เขาได้นั่นคือความเป็นไปของโซเชียลมีเดียทุกวันนี้


เรื่อง:บุญโชค พานิชศิลป์

No Comments Yet

Comments are closed